2007/Oct/01

ตอนที่ห้าพะย่ะค่ะ ตอนนี้คนเขียนกำลังเบลอ อาจงงเล็กน้อยถึงขั้นมากโข เหอะๆ- -



___________________________________________


ตอนที่ ห้า งานเลี้ยง


อะไรน่า!!!!!!!!!!!!!!!!!O[ ]o การ์เน็ตไปกรุงโรม!!!!!!!!!!!!!!!! แล้วยัยนั้นไปที่นั้นทำไม!!!!!!!!!!!!?มิโร่ร้องลั่นวิหารของมูในเช้าวันใหญ่ของวันงาน อยู่ๆเจ้าตัวก็หายตัวไปกรุงโรม หรือว่าจะมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นว่า การ์เน็ตไปทำอะไรที่กรุงโรมน่ะ

นางบอกว่ามีธุระ ข้าเลยเทเลพอล์ตไปส่งนางมูอธิบาย มิโร่หัวเสียอย่างหนัก เมื่อลูกหนี้พนันชิงหนีหนี้เขาไปซะแล้ว

แล้วแบบนี้พวกเราจะทำยังไงล่ะ? พวกเราไม่มีแผนรับมือกับเจ้าพวกนั้นเลยอควาเรียหัวเสียไปอีกคน

ใจเย็นไว้ก่อน การ์เน็ตได้บอกให้ข้าได้รู้แล้ว พวกสมุนของเมดูซ่าน่ะ ถึงจะเป็นอมตะ แต่ก็มีจุดอ่อน นางบอกว่าในระหว่างที่นางไม่อยู่ก็อย่างเพิ่งร้อนลนไป เจ้าพวกนั้นจะมีจุดอ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนร่าง ซึ่งพวกมันพยายามจะปกป้องไว้ ขอให้โจมตีโดนจุด พวกมันก็จะสลายไปเองมูอธิบายความคิดของการ์เน็ตที่เธอฝากฝังมา

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เจ้าพวกนั้นน่ะ มีท่าทีกลมกลืนไม่มีส่วนใดที่มันทำท่าทีจะป้องกันแม้แต่น้อย กลับยอมเผชิญหน้ากันโดยตรง ชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิอควาเรียเอยด้วยน้ำเสียงเริ่มท้อแท้แต่ก็ยังมิท้อถอย ทุกคำกล่าวสนทนาในการประชุมครั้งนี้ ได้เข้าหูของพวกปีศาจกันเป็นที่เรียบร้อย

ก่อนไปยังจะส่งข้อมูลให้อีกงั้นรึ? ต้องรีบไปรายงานกริฟฟอนแล้วคิเมร่าในกายมนุษย์คิด ก่อนจะปลีกตัวหายไปกับสายลมยามบ่าย

ตอนนี้พวกเราจะท้อแท้ไม่ได้ ขาดการ์เน็ตไปคนก็ใช่ว่าชัยชนะของเราจะเป็นศูนย์ แทนที่จะมาหดหู่ท้อแท้ พวกเรามาเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะดีกว่าเคียวโกผู้แสนจะสง่างามให้กำลังใจพวกสาวๆ

ใช่ ใครว่าการ์เน็ตใช้สมองเป็นคนเดียวล่ะ? โกลด์เซนต์เช่นเราก็มีมันสมองเหมือนกันน่ะเจ๊ตี้กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

นั้นสิ พวกข้าก็ใช้แผนของการ์เน็ตตลอด ไม่ค่อยได้ใช้หัวตัวเองบ่อยนัก เลยไม่มั่นใจรูบี้กล่าวตามความจริง

ตอนนี้ พวกเราทำตามแผนเดิม คุมดูแลงานและตัวอาเธน่าตามแผน ในเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก ให้ทุกคนมารวมตัวอีกครั้ง ส่วนพวกเจ้าให้ไปอยู่กับอาเธน่าตามอารักขาให้ถึงที่สุดซากะกล่าวอย่างหนักแน่

พวกที่เหลือที่ไม่มีงานในช่วงแรก ให้เข้าไปปะบนในงาน ส่องสองงานให้ทั่ว เข้าใจน่ะ!!! อะโฟร ช่วยจัดการเครื่องแต่งกายให้พวกนางด้วย

ครับ/ค่ะทุกคนขานรับกันอย่างหนักแน่เช่นกัน พวกสามสาวโดนคุณตี้ของเราจับลากไปแต่งตัวตามคำสั่งของเคียวโก สามสาวเสียวสันหลังลาบกับสายตาของอะโฟรที่อิจฉาทรวดทรงของสาวๆ พวกเธอเป็นอันไม่ได้แต่งตัวกันที จนในที่สุด เวลาแห่งการเฉลิมฉลองก็เริ่มขึ้น




ในงานเลี้ยง ณ ตำแหน่งลานกว้างที่เคยเป็นที่ฝึกซ้อมของเหล่าเซนต์ แปรเปลี่ยนเป็นลานกว้างที่แสนสวยงาม ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ ผู้คนในงานต่างสังสรรคกันอย่างสนุกสนาน กลุ่มคนที่มารวมงานนั้นแต่งการด้วยชุดราตรีแบบกรีกกันอย่างงดงาม เสื้อผ้าของฝ่ายหญิงนั้นนั้นถูกดัดแปลงให้ดูทันสมัยแต่ยังคงความโบราณเอาไว้ แต่ของผู้ชายนั้นจะเป็นชุดกรีกโบราณอย่างแท้จริง พวกเซนต์ฝึกหัดสลัดคราบนักรบ มาเป็นชาวบ้านสามัญ

คุณหนูซาโอริ หรืออาเธน่าเดินเข้ามาอย่างสง่างามกลางลานกล่าว อาเธน่าแต่งกายในชุดเต็มยศของตน(ไม่ใช่คลอสน่ะ) ตามข้างหลังมาด้วยกลุ่มสามสาวที่มีความงานเด่นตายิ่งนัก หนึ่งในสามสาวนั้นเป็นที่จ้องตาคามิวอย่างมาก

อเมทิสต์แต่งกายด้วยชุดกรีกโบราณสีฟ้าอ่อนอย่างสง่างาม ผมยาวสีดำอมฟ้าน้ำทะเลนั้น ถูกกล้าวขึ้นเป็นมวยปลอยชายผมยาวปิดสะโพกกลึงกลม เครื่องทองที่อาเธน่านำมาประดับให้ ตัดกับผิวขาวน้ำนมได้เป็นอย่างดี ใบหน้าถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อย ทำให้เธอดูงามราวกลับเทพธิดาจริงๆ ถึงแม้จะบาดเจ็บ ก็ยังมีกำลังกายจะยืนหยัดขึ้นมาปกป้องอาเธน่า

สตรีคนต่อมานั้นคือสาวงามเจ้าของเส้นผมปล่อยยาวและนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเล ชั่งตึงตาตึงใจจูเลี่ยนยิ่งนัก ปกติก็สวยอยู่แล้ว ครั้งนี้เธอยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่ ชุดแบบกรีกโบราณสีน้ำทะเลที่ถูกดัดแปลงให้ดูเก๋ขึ้นเครื่องทองของประทินโฉม และใบหน้าขาวที่ถูกตกตแงให้เข้มกว่าสาวคนแรกเล็กน้อย แต่ช่วยทำให้เธอ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

คนสุดท้ายที่ทำเอาเหล่าโกลด์เซนต์ทั้งหลายต่างอึ้งกันไปตามๆกัน เจ้าของใบหน้าขาวเนียนอมชมพูนิดๆ เส้นผมสีแดงเพลิงประบ่าและนัยน์ตาสีเพลิงอันหน้าเกรงขามนั้น แต่งกายด้วยชุดกรีกโบราณสีดำขลิบทองเป็นจุดเด่นตา เปลือกตาบางถูกทาอายแชโดร์สีดำอ่อน ช่วยเน้นนัยน์ตานั้นให้หน้าดึงดูดยิ่งขึ้น นั้นคงไม่มีใครเชื่อว่าเป็นรูบี้ที่สลัดหน้ากากออกหรอกน่ะ

อาเธน่าให้คำโอวาทต่างๆพร้อมกับอวยพรให้แก่เหล่าเซนต์และประชาชนทุกคน ที่กำลังสนุกสนาน นักดนตรีพเนจรได้ขอมาร่วมเล่นด้วย เสียงกีต้าร์โปร่งและเสียงขับร้องนั้น เข้าประสาทกับกลุ่มวงดนตรีที่กำลังบรรเลงได้อย่างนุ่มนวลและเหมาะเจาะที่สุด

อเมทิสต์ เข้าไปร่วมกลุ่มกับพวกเพื่อนๆของตน ก่อนจะต้องตกใจยกชุดพร้อมกันทั้งสามคน กลุ่มชายโสดต่างรุมขอพวกเธอเต้นรำกันละลานตา มีตั้งแต่รุ่นลูกยันรุ่นปู่ อเมทิสต์นั้นมีบาดแผลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังต้องมาเบียดเสียดกับกลุ่มคนพวกนี้อีก ทำให้เธอรู้สึกปวดหน้าท้องนิดๆ

ขอโทษน่ะครับ แต่นางมีคู่เต้นแล้วเสียงทุ้มต่ำของบุรุษดังขึ้น เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า เสียงนี้มันเสียงสวรรค์ คามิวเดินผ่านกลุ่มคนไปได้อย่างงายได้ บุรุษที่มีใบหน้างดงามหน้าจับตามองในชุดกรีกสีขาวโพลน ยืนเคียงข้างแนบขนานกับเธอ อเมทิสต์นั้นถึงจะไม่ได้เข้างานสังคมบ่อยนัก แต่ก็พอรู้มารยาท เธอเกาะแขนของชายหนุ่มที่นำตนออกไปกลางลานกว้าง อควาเรียและรูบี้มองตามหลังทั้งคู่ด้วยสายตางงงวง พวกเธอเพิ่งจะสังเกตเห็นความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ในช่วงเวลาที่พวกชายหนุ่มสนใจอยู่กับค่เต้นรำคู่เอก ที่กำลังบรรเลงฝีเท้ากลางลานกว้างอย่างงดงาม อควาเรียและรูบี้ก็จากไปไกลแล้ว

อความาหยุดอยู่หน้าโต๊ะอาหารหรู ที่ชวนน้ำลายสอ เธอเริมตักอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย จนแล้วจนรอดเธอก็เวียนกลับมาที่โต๊ะตักอาหารนี้ แล้วก็เวียนกลับมาเรื่อยๆจนมันเป็นรอบที่สิบแล้ว!!!

ไม่นานเมนูอาหารจานใหม่ก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะบุ๊ฟเฟ้ต์ สีของมันแดงฉานจัดจ้าน หน้าลิ้มลอง สาวเจ้าลองตักมันมา แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะโดยไม่เกรงใจสายตาของหนุ่มๆที่มองเธอด้วยสายตาเหลือเชื่อ อควาเรียที่มัวแต่กินไม่ได้ทันสังเกตุเห็นแขกร่วมโต๊ะคนใหม่สองคนที่นั่งลงข้างๆเธอ และพอถึงคราวซวย คำเดียวที่อควาตัดอาหารเมนูจานใหม่นั้นเข้าปาก ใบหน้าเนียนขาวอมชมพูกลับร้อนแดงไปด้วยฤทธิ์ของเครื่องเทศเผ็ดร้อนที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน อะไรมันจะเผ็ดลิ้นพองได้ขนาดนี้

โอ้ยๆๆๆ!!! ร้อนๆๆๆ!!!! >0<!!!! น้ำๆๆๆ!!!สาวเจ้าควักหาน้ำดับเผ็ดอย่างเร่งด่วน มือบางเผลอไปหยิบฉวยเอาแก้วบรั่นดีของหนุ่มที่นั่งข้างเธอ เธอรีบดื่มมันจนหมดแก้ว เพราะด้วยความเผ็ดร้อที่ทำให้ลิ้นชาและทำให้จมูกมีน้ำมูกเล็กน้อย ทำให้เธอไม่รู้เลยว่า เธอดื่มบรั่นดีเข้าไป

ชายหนุ่มที่นั่งข้างเธอมองเธอด้วยสีหน้างงงวยและขำขันในเวลาเดียวกัน โซเลนต์ก็มีอาการเดียวกับจูเลี่ยน เขาแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ใบหน้าของหญิงสาวเริ่มแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา อควาเรียที่ไม่เคยดื่มเหล้ามาก่อนจึงเกิดอาการคออ่อนขึ้นทันควัน สติเลื่อนลาง หญิงสาวเริ่มสนุกก่อนใบหน้าแดงก่ำนั้น จะหันควับไปมองเจ้าของเสียงกวนประสาทที่ส่งคำกวนๆมาให้

ดูไม่ได้เลยน่ะ อควาเรีย แบบนี้รสจูบคงแย่แน่นอน จูเลี่ยนกล่าวพลางพรายยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาก็เมานิดๆแล้ว บรรยากาศก็เป็นใจยิ่ง ตอนนี้ที่โต๊ะอาหารไม่มีใครอยู่สักคน เนื่องด้วยตรงนี้มันหนาวบวกกลับอยู่นอกลานกว้างนั้นพอสมควร

มายยยยมีทางงงง~~~~ รสจูบบบของงง~~~ข้าาาาาา~~~มันนนน~~ดีต้องงงงงง~~อยู่แล้วววววว~~~เธอเถียงกลับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ จูเลี่ยนพรายยิ้ม โซเลนต์ที่รู้นิสัยนายดีนั้นออกจากบริเวณนั้นไปเพื่อไม่ไปขัดจังหวะพวกเขาและค่อยกันผู้คนให้ด้วย

แน่ใจหรอ~~? แล้วเจ้าจะพิสูจณ์ยังไงล่ะ?จูเลี่ยนกำลังขุดหลุมพลางที่กำลังรอเหยื่ออยู่

แน่จายยยย~~~~ ม่ะ มายเชื่อ~~~เดี๋ยวววว~~~ข้าาาาาจะพิสูจจจจ~~~.หัยยยยดู~~~พูดจบประโยคปุบ สาวเจ้าผู้ขาดสติ กระชากคอเสื้อกรีกอย่างหรูของชายหนุ่มประทับจุมพิตที่ริมปากสีกุหลาบของเธอ รสจูบนั้นเร้าร้อนแต่อ่อนโยนยิ่งนัก จูเลี่ยนสวมกอดสาวเจ้ารับสัมผัสนั้นอย่างโดยดี เขาตอบโต้เธอเช่นกัน หนักหน่วง อ่อนหวาน และชวนฝัน ลิ้นสากเริ่มทำหน้าทีของมัน อควาที่สติขาดไป เริ่มได้สติขึ้นมาบาง เธอครางเบาๆ

พะ...พอะแล้ว...ฉันหายใจ....ไม่ออกประโยคสั้นลอยออกมาจากปากของสาวเจ้า จูเลี่ยนยอมถอนริมฝีปากแต่โดยดี อควาเรียหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา ยืนหอบหายใจอย่างอยากลำบาก สติสตังค์ที่มีอยู่น้อยนิดของเธอ ก็ดับวูบไป หญิงสาวยืนสลบผิงอกของชายหนุ่มในอ้อมแขนแกร่ง เสียงกรนเบาๆ ทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่า เธอหลับไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

คออ่อนเสียจริงเชียว อควาเรียน้ำเสียงของจูเลี่ยนแปลเปลี่ยนจากเจ้าเล่ห์เป็นอ่อนโยน ชายหนุ่มประทับรอยจูบที่แก้มนวล ก่อนจะอุ้มเธอออกจากนอกงานไป(อ๊ากกกกกกก!!!! ไอจูเลี่ยนแกจะพาเพื่อนข้าไปไหน!!!!!!!!!!!!>0<!!/การ์เน็ต)(ยุ่งน่า- -^/ poseidon )







เสียงดนตรีร้องขับขานบรรเลงอย่างเหมาะเจาะ คู่เอกบรรเลงฝีเท้ากลางลานกว้างเป็นที่จับตายิ่ง ร่างสง่างามของทั้งสอง ร่ายรำตามเสียงดนตรีบรรเลง ทั้งคู่นั้นเหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยุกซะอีก

คามิว- -^ คราวก่อนเราประลองคราวก่อน นายยังจำได้มั้ย?อเมทิสต์ถามด้วยน้ำเสียงอดกลั้น คามิวยิ้มร่าอย่างหน้าเตะ เขาพยักหน้า

อืม จำได้สิ จำได้ดีเชียวล่ะ ความรู้สึกในตอนนั้นน่ะคามิวโยนระเบิดใส่คุณหญิงที่ไม่ค่อยมิความอดทนซะเท่าไหร่ เส้นเลือดในขมันของเธอเต้นตุบๆอย่างอดกลั้นสุดๆ

เจ้ามันแย่ที่สุด เขาให้ต่อสู้กันแฟร์ๆ!! แต่เจ้ากลับ!!....เชอะ!!หญิงสาวไม่อยากคิดถึงตอนนั้นอีก เธอสะบัดหน้าหนี

กลับขโมยจูบแรกงั้นสิคามิวเสริมให้ เธอหน้าแดงที่ขนาดลูกตำลึงสุกยังเรียกพี่มะเขือเทศยังพ่อ

เออ! นั้นแหละ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะจบงานเลี้ยงในเจ็ดวันนี้ ฉันจะขอท้านายสู้อีกครั้ง! ในฐานะเซนต์แห่งอาเธน่าและในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้ใครมารังแก!!เธอกล่าวก้องอย่างหนักแน่น คามิวรู้สึกได้ถึงความตั้งใจจริงของผู้หญิงคนนี้ ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

ได้อยู่แล้ว ข้ารับคำท้าเจ้าเสมอ อเมทิสต์ และจะรับตลอดไปคามิวกล่าวด้วยแววตาที่อ่อนโยนแต่ประโยคคำพูดแฝงเล่นัยห์อย่างร้ายกาจ อเมทิสต์หน้าขึ้นสีอีกรอบถึงในใจเธอนั้นจะด่าคามิวระยำแค่ไหน แต่ว่าน้ำเสียงนุ่มลึกทำให้อุ่นใจกับใบหน้าเบื้อนยิ้มนั้น เธอเพิ่งจะรู้สึกว่า รอยยิ้มของเขา มันอบอุ่นเหลือเกิน เธอเผลอยิ้มให้กับเขา ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า กลุ่มเพื่อนๆกำลังจับตามองทั้งคู่ด้วยสายตาอิจฉาสุดๆ

เจ้าคามิวมันไวไฟใช่ย่อย รู้จักกันไม่กี่วัน ก็หวานกันได้ขนาดนี้เชียว?มิโร่วิจารณ์คู่สวีทหวานอย่างเจ้าเล่ห์

นั้นสิ ถ้ามันคบกันขึ้นมา จะหวานขนาดไหนน่ะ?ปู่โดที่เพิ่งจะมีบทผู้กับเขากล่าวด้วยแววตาแบบเดียวกับมิโร่

อิจฉาเจ้าคามิวมันจังแฮะไอโอเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหนาย จะไม่เบื่อได้ไง เขาหล่อลากดินจะตายอยู่แล้วแต่ยังหาคนที่ถูกใจบ่ได้สักกะที

เอาน่าไอเรีย สักวันแกคงเจอเองแหละน่าไอโอรอสตบบ่าน้อยชายของตนเบาๆ







รูบี้ เดินเตร่ไปทั่วงาน ถึงแม้จะมีสายตาที่ทอดมองมายังตัวเธอมาไม่ขาดสาย รูบี้ไม่ชอบเข้างานสังคมสักเท่าไหร่ ยิ่งในตอนนี้ยังมีเรื่องสมุนของเมดูซ่าที่เข้ามาตีกันในหัวเธออีก เธอแทบไม่มีกระจิตกระใจจะร่วมงานเลย เธอเดินไปที่โต๊ะอาหารหรู ที่มีเครื่องดื่มหลายสีให้เลือกดื่ม เธอมองเครื่องดื่มพวกนั้น ก่อนจะเอื่อมมือไปหยิบ

หมับ!

มือเรียวของหญิงสาวจับขวดนั้น พร้อมกับมือหน้าของบุคคลที่สาม เธอเงยหน้าสบตากับบุรุษที่มีความคิดเดียว บุรุษผู้มีนัยน์ตาสีดำสนิท ใบหน้าซีดเซียว แต่กลับดูองอาจ ข้างกายปรากฏบุรุษผู้อยู่ใต้ชุดคลอสสีม่วงทมิฬ

ปล่อยน้ำเสียงเรียบเย็นของรูบี้ดังขึ้น

.....เขาเงียบ แต่ฝ่ามือหนายังเกาะกุมที่ขวดทรงสูงสีเขียวใสที่บรรจุไวท์แดงสีสดอยู่เต็ม

เจ้าต่างหาก ที่สมควรปล่อยมือนั้นเสียงของบุรุษใต้ชุดคลอสสีทมิฬดังขึ้น ทานาทอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยม แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับมิกลัวน้ำเสียงนั้นแม้แต่น้อย แววตาเหี้ยงจากหญิงสาวถูกส่งกลับให้เขา สร้างความประหลาดใจให้แก่บุรุษทั้งสอง

ข้าเห็นมันก่อนรูบี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมกลับ ฮาเดส บุรุษที่สามยังตีสีหน้านิ่ง

ปล่อยซะฮาเดสกล่าว ทั้งสองเริ่มออกแรงดึงขวด บรรยากาศที่ควรรื่นเริง กลับเริ่มตึงเครียดขึ้น ขวดไวท์ใบน้อยผู้โชคร้ายซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องไม่เป็นเรื่องเป็นอันต้องแตกดับ


เพล้ง!!!!!!


ขวดไวท์ผู้โชคร้ายได้แตกกระจาย เพราะแรงบีบของบุคคลทั้งสองทุกคนหันไปมองต้นเสียงก่อนจะหันไปสนเรื่องของตัวเองต่อ ทั้งคู่ได้รับบาดเล็กที่ฝ่ามือ สีโลหิตกลมกลืนไปกลับสีของไวท์แดง ชวนสยอง รูบี้และฮาเดสต่างไม่สนบาดแผล ต่างจ้องหน้ากันอย่างดุเดือด คอสโมของทั้งสองฝ่ายกำลังต่อต้านกันอย่างสุดฤทธิ์ รูบี้นั้นสุดแสนจะทนกับคนตรงหน้า เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยรึไงน่ะ?

เธอหันหลังเดินกลับเอาดื้อๆ มือข้างหนึ่งกุมข้อมูอข้างที่เจ็บ เศษแก้วบาดลึกเอาเรื่อง ทานาทอสหันไปถามผู้เป็นนายตามภาษาผู้อารักขา

ท่าน!! เป็นอะไรมารึเปล่า?เขาสายหน้าอย่างไม่สนใจอะไร ฝ่ามือที่เป็นบาดแผลนั้น ถูกซับด้วยผ้าสีขาวสะอาด ฮาเดสเขี่ยวเศษแก้วออกพลางพันแผลทับด้วยผ้าผืนนั้น ชายหนุ่มหันไปมองร่างเล็กที่แอบซุ่มอยู่ในเงามืด เธอกำลังทำแผลให้ตัวเองอยู่ เธอยืนพิงกำแพงในเงานั้น ท่าทีสง่างามมาดนางพญา เธอเดินจากบริเวณนั้นไป เพราะรู้สึกถึงแววตาที่ทอดมองมายังตัวเธอเอง รูบี้ส่งในตาเหี้ยมให้ฮาเดสเป็นรอบสองพลางแลบลิ้นใส่อีก ทานาธอสแทบจะวิ่งไปอัดเธอแล้วด้วยซ้ำ แต่ฮาเดสห้ามไว้ เธอเดินจากไปโดยไม่คิดหันหลังอีก

ฮาเดสแสยะยิ้มบางๆด้วยกระแสเอ็นดู เธอเป็นหญิงสาวที่ไม่เกรงกลัวอะไรเลย ขนาดทานาทอสส่งสายตาแบบนั้นไปให้ ยังไม่กลัวอีก แถมยังกล้าจ้องหน้าเขาตรงๆอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ชักรู้สึกสนใจขึ้นมาแล้วสิ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงคอสโมบางอย่างที่เขาไม่รู้จัก มันชวนกระตุ้นกระเพาะของเขาให้คายของในท้องนัก แต่ก็เพียงน้อยนิดเท่านั้น เขาสังเกตุดูสีหน้าของทุกคน ไม่มีใครรู้สึกถึงคอสโมนั้น เว้นแต่.....



กึกๆๆๆ!!



เสียงฝีเท้าดังขึ้น ทานาทอสและฮาเดส หันไปมองต้นเสียง กลุ่มโกลด์เซนต์ทั้งสี่คนที่มำหน้าที่ตรวจตราความเรียบร้อยในงาน วิ่งหน้าตั้งอย่างหน้าสงสัย ฮาเดสเก็บความสงสัยนั้นไว้ มันจะเกี่ยวข้องกับคอสโมเมื่อกี้รึเปล่าน่ะ?


edit @ 2007/10/01 21:45:40

2007/Oct/01

หวัดดีจ้า เนื่องจากtssมีปัญหามากแรง(รำคาญพูดง่ายๆ)

ข้าพเจ้าเลยเอารูปมาโพสตรงนี้ แน่นอนว่าจะอ้างแหล่งอ้างอิงให้ครบถ้วน

ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว นี้ไม่ใช้ฝีมือข้าพเจ้า แต่เนื่องจากเห็นว่าภาพมันสวยดี

จึงเอามาให้เพื่อนๆได้ดูกัน ส่วนใครที่ดูแล้วก็แล้วไปน่ะจ้า^ ^

รูปส่วนใหญ่ คือคุณชุนกับคุณอิคกิน่ะจ้า~~~

http://musouruten.serio.jp/xmaspresent.html

http://musouruten.serio.jp/xmaspresent.html

http://musouruten.serio.jp/hotwinter.html

http://musouruten.serio.jp/request1.html

http://musouruten.serio.jp/kitchen.html

http://musouruten.serio.jp/hatune.html

http://musouruten.serio.jp/yubiwa.JPG

http://musouruten.serio.jp/mermaid1.html

http://musouruten.serio.jp/pluto.html

รับประกันว่าสองรูปสุดท้ายแม่ยกคุณชุนเลือดกระฉูดแหงๆเลย-_,-



edit @ 2007/10/01 21:46:52

2007/Sep/29

มาอัพแล้วจ้า~~~~^0^!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



___________________________________________________



ตอนที่ สี่ การลอบสังหาร

สามสาวระวังตัวกันอย่างดี ไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันเสมอ ทุกคนนั้นโดยเฉพาะอควาเรียที่กำลังเคร่งอยู่กับการรอบมองสังเกตุสิ่งผิดปกติ อเมทิสต์ที่ควรจะเครียดที่สุด กลับมาทำหน้าเบ้ เพราะผู้ชายน้ำแข็ง ที่ชิงเฟิร์สคิสของเธอไป คามิวไม่มีโอกาสเข้าใกล้ อเมทิสต์เหมือนแต่ก่อนได้เลย พอเข้าใกล้ปุบเจ้าตัวต้องเดินหนี หรือไม่ก็ขยับให้อยู่ห่างจากเขาประมาณหนึ่งเมตรเป็นอย่างต่ำ

แง~~แง~~~เสียงเด็กน้องร้องดังขึ้น อเมทิสต์รีบตรงดิ่งไปตามเสียงร้องนั้น โดยไม่หันไปมองต้นเสียงที่เรียกเธอเลยแม้แต่น้อย

อมเทิสต์!! เจ้าจะไปไหนน่ะ!!?คามิวรีบตามเพื่อไป เพื่อนๆทั้งสองก็ตามอเมทิสต์ไป เพราะพวกเธอได้ยินเสียงเด็กร้องเช่นกัน แต่แล้วพวกเขาก็หารู้ไม่ว่ากำลังติดกับซะแล้ว

นี้มันอะไรกัน คอสโมที่หน้าสะอิดสะเอียนนี้ คอสโมแบบนี้มันของเมดูซ่า!!อเมทิสต์กล่าวอย่างกระวนกระวาย ในบริเวณที่ได้ยินเสียงเด็กร้อง เธอเห็นเด็กคนหนึ่งนั่งร้องไห้ด้วยน้ำเสียงสะอื่นอย่างหน้าสงสาร

เจ้าหนูเป็นอะไรมามั้ย?อเมทิสต์ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เ เด็กน้อยร้องไห้ฟูฟายพลางส่ายหน้า เด็กน้อยชี้ไปยังร่างอสูรตรงหน้าอย่างหวาดกลัว เซนทอร์ครึ่งคนครึ่งม้า กริฟฟอนสิงโตอินทรี สัตว์อสูรสองตัวนี้ยืนประจันหน้ากับเหล่ามิเรอร์เซนต์ คามิวทำหน้าที่ทันที อเมทิสต์พาเด็กไปหลบข้างหลัง

ไม่มีบทพูดอย่างใดๆ ทุกคนโจมตีใส่อสูรตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แต่พวกนั้นก็ยังหลบได้ แต่เพราะจำนวนคนที่น้อยกว่า ทำให้เสียเปรียบเล็กน้อย แต่ด้วยมีพลังอมตะมาเกื้อหุน ทำให้พวกมันฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย เมื่อต่อสู้กันได้พักใหญ่ฝ่ายผู้ไร้พลังอมตะก็เหนื่อยอ่อน ถึงแม้คามิวจะใช้ออโรร่า เอ็กซ์คิวชั่น แช่งแข็งมันแล้ว แต่ก็ยังทำลายผลึกน้ำแข็งของเขาลงได้ หากตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มคอสโมชั้วร้ายสะอิดสะเอี้ยนนี้ คงมีหนทาวชนะเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้ได้อย่างแน่ แต่แล้วทุกคนก็ต้องสะดุ้งเฮือก พวกอสูรมีการเปลี่ยนแผน ถึงแผนนั้นคิดจะจัดการกับอควาเรียก่อน แต่ว่าครั้งนี้ ที่พวกมันลงทุนขนาดยอมเสียเปรียนเรื่องจำนวน เพราะในความคิดพวกมัน อย่างน้อยๆ ก็ต้องเก็บให้ได้หนึ่ง

กรีชเงินถูกแทงเข้าที่หน้าทองของอเมทิสต์ หญิงสาวที่รู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่ออกมาจากเด็กคนนั้น เธอหันกลับไปเพื่อดูด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน แต่กลับกลายเป็นว่า เธอหันหน้าเข้ารับกรีชเงินนั้นเอง เด็กน้อยหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย แปลเปลี่ยนร่างเด็กน้อย กลายเป็นคิเมร่า

อเมทิสต์!!!คามิวและเพื่อนๆของเธอต่างร้องลั่นตกใจ กรีชเงินถูกปล่อยให้ปักคาหน้าท้องแบบลาบของหญิงสาว ก่อนที่สติจะดับวูบลง บาทาอันหนับแน่นได้เสยปลายค้างของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง คิเมร่านั้นนิ่งอึ้งอย่างตกใจ ถึงอีกฝ่ายเป็นมิเรอร์เซนร์ก็ตามที แต่มาน่าจะมีแรงเตะทั้งๆที่ยังบาดเจ็บหนักได้รุนแรงขนาดนี้

ทุกคนถอยก่อน!!คามิวรีบสั่งการ แต่ว่ารูบี้และอควาเรียไม่คิดจะฟังเขาแล้ว พลังคอสโมมหาศาลเอ่อล้นอยู่ทั่วร่างของสองสาวและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สองสาวเริ่มแสดงพลังที่แท้จริงของพวกเธอออกมา ตอนนี้ต่อให้มีการ์เน็ตอยู่ ก็หยุดไม่อยู่ เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าการ์เน็ต เธอก็ขอทิ้งสมองไปชั่วคราว

คามิว เจ้าพาอเมทิสต์หนีไปก่อน ทางนี้พวกข้าจัดการเองรูบี้กล่าวเสียงเหี้ยมอย่างหน้ากลัวที่สุดเท่าที่เคยทำมา น้ำเสียงสะท้อนถึงความโกรธาและความเศร้าสร้อยในคราวเดียวกัน สีหน้าของคามิวคัดค้านสุดๆ

ไม่ได้น่ะ ต่อให้พวกเธอทุ้มพลังไปสุดตัวก็ยังยากจะจัดการกับมัน!!คามิวกล่าว เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ ทางเราเสียเปรียบเห็นๆ

ไม่เป็นไร พวกเราจะไม่ฝืนสู้ ถ้าไม่ไหว ฉันจะเทเลพอร์ตพารูบี้กลับเอง นายไปก่อนเถอะ ไปตามคนมาช่วยจะยิ่งดีใหญ่อควากล่าวในหัวเธอมีแต่เรื่องแก้แค้นแทนอเมทิสต์เต็มไปหมด ตอนนี้เธอตั้งสมาธิแน่วแน่อย่างแรงกล้า เป็นผลให้พลังจิตของเธอพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ คามิวไม่กล้าทิ้วพวกสาวๆไว้ตามลำพัง แต่เขาก็ต้องทำ เพราะคอสโมมหาศาลจากตัวพวกเธอนั้น ทำให้เขากล้าวางใจในฝีมือของพวกนี้ เขารีบพาอเมทิสต์กลับวิหารทันที

หมัดสายฟ้า!!!!หมัดงามที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปในเกือบล้านโวลถูกส่งไปให้ผู้ประสงค์ร้าย นามคิเมร่ากระแสไฟฟ้าไหลทั่วร่าง ถึงจะไม่ตายแต่ก็มีความรู้สึกเจ็บปวด คิเมร่านอนนิ่งสลบไปอย่างช่วยไม่ได้ อนุภาพของหมัดเธอ อสูรเช่นพวกเขาเพิ่งจะรู้ซึ้ง

คิเมร่า!!กริฟฟอนกล่าวอย่างตกใจ เมื่อสหายของตนถูกหมัดของมนุษย์สาวผู้มีฉายาเป็นเซนต์แห่งอาเธน่า ล้มลงนอนกับพื้นอย่างไม่ได้สติ พวกเขาเริ่มตระหนักถึงภัยใกล้ตัว พวกเขาคิดถูก เพียงแค่คิดจิตสังหารของใครบางคนก็พุ่งตรงมายังพวกเขา อสูรทั้งสองยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว เป็นครั้งแรกพวกเขารู้สึกว่า มนุษย์ตรงหน้านั้นนั้นคือมัจจุราจจำแลงกายมาจากนรกภูมิ

หมัดเพลิงซาตาน!!!เสียงหวานดังก้องด้วยโทสะ หมัดเพลิงสีทมิฬในมือมีขนาดเท่าหัวคนถูกส่งไปให้สองปีศาจ เพลิงซาตาน คือท่าที่มีพลังทำลายล่างสูงถึงจะไม่ใช่ท่าไม้ตายของเธอ แต่ศัตรูส่วนใหญ่ของเธอนั้นมักจอดสนิทด้วยท่านี้กันหมด

อ๊ากกกกกกก!!!!!!!!!!!เสียงร้องโหยหวนของอสูรดังขึ้น พวกมันถูกเผาสดกันอย่างหน้าสยดสยอง สองสาวที่เสียพลังไปเยอะจากการต่อสู้มามาก ย่อมต้องเหนื่อยอ่อนกับการทุ้มพลังครั้งนี้เป็นธรรมดา

แหกๆๆ~~~ เหนื่อยฉะมัด ถ้าไม่ติดที่ข้ามีพลังไม่พอละก็ ข้าส่งแกไปพบฮาเดสตั้งๆเมื่อกี้แล้วรูบี้ยืนค้ำเข่าหอบอย่างแรง ไม่แพ้อควาเรียที่ก็หอบอย่างแรง เดิมที่เป็นโรคหอบอยู่แล้ว ยิ่งหอบหนักเข้าไปอีก

แหกๆ~~รูบี้รีบไปกันเถอะ ถึงจะเผาสดพวกนี้ได้ ก็ใช้ว่าพวกนี้จะตาย อย่างน้อยๆเราก็ได้แก้แค้นแทนอเมทิสต์แล้ว เรากลับไปตั้งหลักกันเถอะอควากล่าวก่อนรวบรวมกระแสจิต เทเลพอร์ตพาเพื่อนสาวและตัวเองกลับไปยังวิหารใกล้ตัวอย่างทุลักทุเล โดยไม่สนกับกองขี้เถ้าในกองเพลิงที่มันกำลังรวมตัวกันอีกครั้งอย่างหน้าอัศจรรย์



สองสาวเทเลพอร์ตกลับมาที่วิหารของมูที่กำลังทำแผลให้อเมทิสต์ สองสาวได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร ทุกคนต่างเขามาสอบถามเหตุการณ์และอาการบาดเจ็บของพวกเธอ สองสาวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อนโดยมีกิกิค่อยปฐมพยาบาลให้ ในตอนนั้นเอง กระแสจิตของการ์เน็ตเขาสื่อสารกับมูอีกครั้

มู พวกเพื่อนข้าเป็นอย่างไงบ้าง?

ไม่เป็นไร ทุกคนปล่อยภัยดี แต่อเมทิสต์ถูกแทง แต่ไม่ต้องห่วงน่ะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว

ว่าแต่เจ้าจะบอกได้รึยังว่าเจ้าอยู่ไหน?

ยังก่อน ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ตอนนี้แผนการของฉันเตรียมไปได้แปดสิมเปอร์เซนต์แล้ว เรื่องที่ฉันส่งกระจิตมาอย่าบอกใคร เข้าใจมั้ย? ฉันจะไปอธิบายที่หลัง ก่อนอื่น นายช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทีสิมูเริ่มเล่าเหตุการณ์การทั้งหมดให้การ์เน็ตฟัง จนจบ

และแล้วกระแสจิตของการ์เน็ตก็ขาดหายไป มูถอนหายใจเล็กน้อย กลับความลับซ่อนเล้นอันมากมายของผู้หญิงคนนี้ ไม่เคยเจอใครทำตัวลับๆล่อเป็นผีเหมือนเธอคนนี้เลย

ทุกคนรู้แล้วน่ะ เจ้าพวกนั้นจัดการได้ยากยิ่ง เพราะฉะนั้น ในวันงานจงจับตามองบุคคลที่หน้าสงสัย ส่วนอาเธน่า จะอยู่กับข้า หากเกิดเหตุอันได้ขึ้นทุกคนรีบมารวมตัว ณ จุดเดียวกับที่อาเธน่าอยู่!เคียวโก้กล่าวก้องสั่งโกลด์เซนต์ทั้งสิบสองอย่างเข้มงวด

ครับ!

มู อาการของอเมทิสต์เป็นยังไงบ้าง?คามิวถามเพื่อนหนุ่มอย่างเป็นห่วง

อืม ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ร่างกายดีขึ้นตามลำดับ ถึงจะโดนแทงแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร คิดว่าให้พักผ่อนสั่งสองสามวันก็OKแล้วมูกล่าว ช่วยคลายกังวนให้กับคามิวได้เล็กน้อย

คนป่วยจะนอนตากน้ำค้างไม่ได้ ข้าจะสละห้องใหเอเมทิสต์พักผ่อน พวกเราที่เหลือกก็ออกไปกันเถอะ พวกนางจะได้พักผ่อนกันอย่างเต็มทีมูกล่าวก่อนทุกคนจะออกนอกห้องไป เหลือไว้เพียงกลุ่มสามสาวที่หาที่พักผ่อนอย่างเหมือนอ่อน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเช้าเป็นบ่าย จากบ่ายเป็นเย็น ในเวลาเย็น อควาเรียและรูบี้เดินออกจากวิหารของมู เพื่อออกไปรับลมยามบาย คามิวนั้น แอบเข้ามาในวิหารตอนที่สองคนนั้นออกไป คามิวนั่งลงข้างๆกายของอเมทิสต์ที่ยังหลับไปไม่ได้สติ มือหนาของคนตัวใหญ่ ปัดปอยปมที่ปกหน้าของเธอออก ใบหน้าเนียนขาวซีดเซียวเพราะเสียเลือดมาก ความสู้สึกต่างๆนานาไหลเวียนเข้าสู้จิตสำนึกของเขา

ใบหน้ากร้านโลกของชายหนุ่มค่อยๆก้มลงมาลงมาเรื่อยๆ ริมฝีปากบางของชายหนุ่มจุมพิตลงกลางหน้าผากขาวของหญิงสาว คามิวกุมมือเธอไว้ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง นัยน์ตาสีสีฟ้าครามของผู้หลับไหล ถูกเปิดขึ้นอย่างแช่มช้า สติเรื่อนลางที่พยายามลำดับเหตุการณ์ แต่คุณเธอก็ต้องสะดุ้งโยก เจ้าคนข้างกายค้วาเจ้าร่างเล็กมาไว้ในอ้อมกอดอย่างห่วงใยระคนดีใจ สาวใจที่เพิ่งได้สติ ทุบตีคามิวกันให้ควับ

อีตาคามิว ปล่อยข้าน่ะ!อเมทิสต์โวยวาย อีกในหนึ่ง เธอรู้สึกปวดแผลเล็กน้อย

อ่ะ...อืม เจ้าไม่เป็นไรน่ะคามิวกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จนอเมทิสต์เห็นเป็นต้องอึ้ง? เธอจ้องหน้าเขาไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเลย

หน้าข้ามีอะไรติดรึไง?คามิวถามอย่างสงสัย

เมื่อกี้เจ้ายิ้มหรอ?คำถามโดนใจ เจ้าของรอยยิ้มนั้นทำหน้าบูดทันที เครียดกับยัยนี้- - อะไรแค่เขายิ้มยังต้องถามอีก

แล้วคนอย่างข้ายิ้มไม่ได้รึไง?พูดจบปุบ สาวเจ้าก็ส่ายหน้ารั่วอย่างกับว่าที่เขายิ้มมันผิดกฏหมายงั้นแหละ

หน้าอย่างเจ้ายิ้มแล้ว มันประหลาดไม่ชินตาสุดๆ0_0 ว่าแต่ที่นี้มันที่ไหน?

ห้องของมู เขาสละห้องให้เจ้าพักผ่อน

งั้นหรอ? ข้าหิวข้าวจังเลย มีอะไรให้กินบ้างมั้บล่ะ?อเมทิสต์กล่าวพลางลูบหน้าท้องของตัวเอง เสียงร้องโครกครากของเธอทำให้เขาอดขำไม่ได้

มี แต่มีแต่ข้าวต้มน่ะคามิวกล่าว พลางยกถ้วยข้าวต้ม มือหน้าตักข้าวต้นป้อนให้เธอ

ไม่ต้องอ่ะ ข้าทานเองได้! เธอที่คว้ามือไปหยิบถ้วยข้าว ก็ถูกกระชากถ้วยข้าวกลับโดยฝีมือหนุ่มตรงหน้า

ไม่ได้ เจ้ายังไม่หายดีเลยน่ะ อย่าดื้อ กินเสร็จแล้วจะได้กินยาคามิวกล่าวรวบรัด เมื่อเห็นปากที่ของอเมทิสต์ขยับคิดจะเถียงต่อรอบสอง เขาก็เลยจับข้าวต้มปิดปากเธอซะ อเมทิสต์มองเขาตาเขียวปัด แต่ก็จำใจอ้าปากรับข้าว เพราะยังไงเธอก็คงสู้แรงคนตรงหน้าไม่ได้ อีกอย่าง เธอกำลังหิวจัด เธอทานข้าวต้มอย่างต่อเนื่องเพราะหิวจัด จนมันหมดชาม

เอานี้ยาคามิวยื่นถ้วยยาให้เธอ ต้องโชคดีตรงที่ว่าอเมทิสต์ไม่ดื้อยา เธอจึงกลืนมันลงคอได้อย่างยากเย็นพราะรสขมเนี้ย ถ้าเธอดื้อยา คงต้องลงเรื่องกับเขาอีกแน่ และมันอาจ ทำเขาเจ็บตัวหนัก





เฮ้ย เซ็งโว้ย อยากไปเยี่ยมเจ๊ม่วงจัง-*- แต่ถ้าออกไปตอนนี้ทุกอย่างก็ผิดแผน มาคิดดูอีกทีเจ้าพวกนี้หาตัวเราไม่เจอ ถึงจะลอบทำร้ายพวกอเมทิสต์ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ในวันงานพวกนั้นก็ต้องสงสัยว่าตัวข้าหายไปไหน ตลอดสองวันที่ผ่านมา พวกมันยังไม่เห็นตัวข้าเลย พวกนั้นอาจเปลี่ยนแผน ในเมื่อไม่มีข้าพวกมันก็ต้องเล่นแบบซึ่งๆหน้าแน่นอน แต่ถ้าไม่ ผู้คนก็จะต้องถูกพิษ แล้วมันจะเริ่มเล่นงานพวกโกลด์เซนต์ที่ละคน ยิ่งไอสัตว์คิเมร่านั้นแปลงร่างได้ อาจถูกลอบสังหารอีก เหอะ งั้นขอเปลี่ยนแผนเล็กน้อยการ์เน็ตนอนลาบอยู่บนที่สูงพึมพำถึงสถานการณ์ต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจลงจากที่สูง เพื่อไปหาคนมาสมทบแผน

ในวิหารของมูตอนนี้ เงียบสงัด สาวสามหลับอยู่ในห้อง เขาที่เดินตรวจวิหารก็พบกับบุคคลผู้ที่คิดว่าชอบทำตัวหลบๆซ่อนๆ

เฮ้ มูการ์เน็ตกระซิบเรียกมูอย่างเบาที่สุด เธอสวมฮู้ดใหญ่ปิดหน้าปิดตา มูเดินไปหาเจ้าของเสียง เธอกระชากใบหูของเขาพลางกระซิบกระซากอยู่สักพัก เธอปล่อยหูของเขา มูพยักหน้าเข้าใจ

เข้าใจน่ะ ช่วงที่ข้าไม่อยู่ ฝากเตือนพวกนี้ด้วยน่ะ เจ้าพวกอสรูนั้นถึงจะฆ่าไม่ตายแต่ก็มีจุดอ่อนอยู่ บอกให้ทุกคนสังเกตุหารจุดผิดสังเกตุที่พวกมันพยายามป้องกันไว้ให้ นั้นแหละคือหัวใจของพวกมัน ฉันเตือนแค่นี้แหละ ไปส่งทีเธอกล่าวก่อนมูจะเทเลพอล์ตพาตัวเธอไป